รัฐสะบัดหน้าหนีค่ายมือถือ “ทรู” โวยอย่าเลือกปฏิบัติช่วยทีวีดิจิทัล

“ประวิตร” แง้มช่วยทีวีดิจิทัลก่อน ส่วนค่ายมือถือเอาไว้ทีหลัง ส่วน “วิษณุ” เผย 10 เม.ย. ยังไม่มีหารือ รอหลังสงกรานต์ค่อยว่ากัน ส่วนจะแยกหรือรวมช่วยเหลือ รอทุกฝ่ายหารือกันก่อน ขณะที่ “กสทช.” ยืนยันเสนอความเห็นครบถ้วนแล้ว ที่เหลือเป็นอำนาจของ คสช. ฟาก “ทรู” เปิดวลีเด็ด “นึกไม่ถึงจะกลายเป็นเรื่องเข้าป่าได้ถึงเพียงนี้ ทั้งที่เป็นเรื่องธรรมดา”

ภาพประกอบข่าว

© ไทยรัฐออนไลน์ ภาพประกอบข่าว

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เปิดเผยถึงเครือข่ายภาคประชาชนคัดค้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะออกคำสั่งมาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญ มาช่วยเหลือผู้ประกอบการโทรคมนาคม 2 ราย คือ บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมูนิเคชั่น จำกัด และ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด ในเครือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ว่า ตอนนี้ต้องช่วยทีวีดิจิทัลก่อน ส่วนเรื่องช่วยค่ายมือถือเอาไว้ทีหลัง และที่ห่วงกันว่าช่วยเหลือค่ายมือถือแล้วจะทำให้ประเทศเสียประโยชน์ ขณะนี้ยังไม่ได้ทำอะไรเลย

ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันที่ 10 เม.ย.นี้ จะยังไม่นำเรื่องมาตรการช่วยเหลือทีวีดิจิทัลเข้าที่ประชุม คสช.แต่อย่างใด เนื่องจากยังไม่มีการหารือร่วมกันของทุกฝ่าย คงต้องรอหารือหลังช่วงสงกรานต์ ส่วนจะแยกการช่วยเหลือระหว่างทีวีดิจิทัลกับมือถือหรือไม่ ต้องให้ทุกฝ่ายหารือกันก่อน แต่รัฐบาลรับทราบข้อเรียกร้องแล้ว

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า กสทช.เสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาให้ คสช.และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนอำนาจการตัดสินใจช่วยหรือไม่ เป็นอำนาจของ คสช. และ ครม. ซึ่งการเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาไม่ได้มีเพียง กสทช.หน่วยงานเดียว มีทั้งกระทรวงการคลัง และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง หากภาคประชาชนและนักวิชาการที่มีความเห็นก็เสนอไปยัง คสช.ได้โดยตรง

“ที่ผ่านมา กสทช.ทำดีที่สุดแล้ว และผมขอยืนยันว่าการช่วยเหลือทีวีดิจิทัลและมือถือ กสทช.ไม่ได้เป็นผู้เสนอให้ คสช.ช่วย แต่เอกชน ได้เสนอขอความช่วยเหลือไปยัง คสช. และ กสทช.เสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของคสช.เท่านั้น ไม่ได้เป็นผู้ตัดสินใจช่วยหรือไม่ช่วย อย่างไรก็ตาม หากภาคประชาชนและนักวิชาการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ติดใจอะไรอีก กสทช.ก็อยากจะเสนอให้ คสช.พิจารณาช่วยเหลือทีวีดิจิทัลโดยเร็ว ส่วนการช่วยเหลือค่ายมือถือ หากมีประเด็นที่คาใจ ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ คสช. ส่วนจะแยกพิจารณาความช่วยเหลือเฉพาะทีวีดิจิทัล หรือจะรวมค่ายมือถือด้วย ก็เป็นอำนาจของ คสช.และรัฐบาลอีกเช่นกัน”

สำหรับการช่วยเหลือทีวีดิจิทัลนั้น คือพักชำระค่าประมูลคลื่นความถี่เป็นเวลา 3 ปี และ กสทช.ช่วยจ่ายค่าเช่าใช้โครงข่ายทีวีดิจิทัลให้ 50% เป็นเวลา 24 เดือน ส่วนการช่วยเหลือมือถือ คือ ผ่อนชำระค่าประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ งวดที่ 4 แบ่งออกไปอีก 5 งวด เนื่องจากงวดที่ 4 เป็นวงเงินที่ต้องชำระสูงมาก โดย ทรูมูฟ วงเงิน 60,218 ล้านบาท และเอไอเอส 59,574 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้ออกแถลงการณ์ คัดค้านการช่วยเหลือผู้ประกอบการโทรคมนาคม โดยเสนอความเห็นให้แยกการช่วยเหลือระหว่างทีวีดิจิทัลกับค่ายมือถือ เพราะมีเงื่อนไขทางธุรกิจและเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน และการใช้อำนาจพิเศษม.44 นั้น ควรใช้ในคราวจำเป็น เพื่อประโยชน์ส่วนรวมโดยแท้จริง มิเช่นนั้นจะเป็นการทำลายหลักนิติรัฐและทำลายความน่าเชื่อถือของประเทศในระยะยาว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา นายวิเชาวน์ รักพงศ์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มบริษัท (ร่วม) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้เปิดแถลงข่าวต่อกรณีดังกล่าว ระบุ นึกไม่ถึงว่าการขอยืดระยะเวลาชำระค่าประมูลคลื่น 4 จี 900 เมกะเฮิรตซ์ออกไป จะกลายเป็นเรื่องเข้าป่าได้ถึงเพียงนี้ ทั้งที่เป็นเรื่องธรรมดา (Simple) โดยขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะไม่ชำระค่าประมูล และเงินจำนวนที่ขอยืดระยะเวลาจ่ายออกไปที่ 60,218 ล้านบาท ก็มีหนังสือค้ำประกันจากทางธนาคารการันตีไว้เรียบร้อยแล้ว “เรายืนยันว่าหากรัฐบาลช่วยผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ก็ไม่ควรเลือกปฏิบัติที่จะไม่ช่วยเรา ค่ายมือถือกับช่องทีวีดิจิทัลได้รับใบอนุญาตจาก กสทช.เช่นกัน มีผู้ประกอบการที่ประสบความยากลำบากในการทำธุรกิจเหมือนกัน”

ทั้งนี้ หากรัฐบาลเลือกที่จะไม่ช่วย ก็คงต้องเคารพการตัดสินใจ แต่โอกาสในการเข้าร่วมประมูลคลื่นใหม่หรือลงทุนด้านเทคโนโลยีย่อมลดลงไปด้วย โดยการยืดระยะเวลาการชำระเงินออกไป จะช่วยอุตสาหกรรมในภาพรวม ไม่ใช่เฉพาะทรูและเอไอเอส แต่จะเป็นมาตรฐานสำหรับการประมูลครั้งต่อไป ซึ่งทุกค่ายได้ประโยชน์

“หากไม่ได้รับความช่วยเหลือ ก็ย่อมต้องปรับแผนลงทุนใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุน 5 จี หรือเทคโนโลยี IoT หรืออินเตอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง ซึ่งมีแผนการลงทุนในช่วงต่อจากนี้ เราต้องรับภาระจ่ายค่าประมูลที่สูงลิ่วเป็นอันดับต้นๆในโลก ประมูลใบอนุญาตแต่ละครั้ง ราคาค่าบริการต้องถูกลง 15% ยืนยันว่าธุรกิจมือถือประสบความยากลำบากเช่นกัน ไม่ต่างจากทีวีดิจิทัล โดยเฉพาะในมุมการลงทุนเพื่ออนาคต ซึ่งเป็นการลงทุนจำนวนมาก และต้องมีการวางแผนที่ดี”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับเอไอเอส ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูลที่ขอผ่อนปรนการชำระเงินเช่นกัน ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันการผ่อนชำระในภาพรวมจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ.

ขอขอบคุณภาพประกอบและเนื้อหาจาก : news.msn.com/th-th

Facebook Comments

Leave a Reply

Be the First to Comment!

avatar
  Subscribe  
Notify of