“ศรีวราห์” บอก “เสือดำไม่ตายฟรี”

เครือข่ายปชช.บุกสตช.จี้เร่งรัด “คดีเปรมชัย” ด้าน “ศรีวราห์” ให้คำมั่น “เสือดำไม่ตายฟรี” ลงพื้นที่วันนี้ตรวจสำนวน ผบก.ปปป.เผยไม่อนุญาติเจ้าสัวเลื่อนนัด 14 มี.ค.ความคืบหน้าคดีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 คน ลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก จ.กาญจนบุรี ถูกดำเนินคดี 9 ข้อหาตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และเตรียมแจ้งอีก 3 ข้อหา คือ มีอาวุธปืนผิดกฎหมาย ครอบครองงาช้างผิดกฎหมายและติดสินบนเจ้าพนักงาน แต่คดีนี้ถูกสังคมจับตาอย่างมากโดยเฉพาะอดีตอัยการสูงสุดได้ออกมาโพสต์แสดงความกังวลกรณีที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.และหน่วยปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช (อช.) มีความขัดแย้งตอบโต้กันในเรื่องการตรวจสอบดีเอ็นเอบนมีดและเขียงที่เป็นหลักฐานโดยเกรงว่าสำนวนคดีอ่อนจะส่งผลให้ไม่สามารถเอาผิดได้นั้น

ล่าสุด เมื่อเวลา 11.40 น.วันที่ 12 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายการกวี สงศรี ที่ปรึกษากลุ่มเรารักชาติ รักเสือดำ พร้อมคณะประมาณ 20 คน สวมหน้ากากเสือดำ เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เพื่อทวงถามความคืบหน้าคดีนายเปรมชัยพร้อมกับแจกหน้ากากเสือดำให้แก่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ เป็นที่ระลึกด้วย โดยนายการกวี กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดีว่าทำไมตำรวจถึงทำงานล่าช้า พร้อมทั้งจะติดตามทวงถามการสรุปสำนวนส่งอัยการตามที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวไว้ว่าจะให้ทันก่อนวันที่ 26 มีนาคมนี้ หากไม่สามารถสรุปสำนวนส่งอัยการได้ภายในวันดังกล่าวทางกลุ่มจะเดินทางมาทวงถามอีกครั้ง

ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ ยืนยันว่ากฎหมายมีเพียงมาตรฐานเดียวเท่านั้น ไม่มีการดำเนินคดีกับใครสองมาตรฐาน กฎหมายไม่มีคนรวยไม่มีจน มีแต่ทำผิดหรือไม่ผิดกฎหมาย อีกทั้งคดีนี้ไม่เหมือนคดีทั่วไป ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธตลอดทุกข้อกล่าวหาจึงต้องรวบรวมพยานหลักฐานอื่นๆให้ครบถ้วนและการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต้องเป็นไปตามหลักนิติวิทยาศาสตร์

“บิ๊กปู”การันตี”เสือดำ”ไม่ตายฟรี

“ย้ำว่าคดีไม่ได้ล่าช้ามั่นใจวันที่ 26 มีนาคมสามารถสรุปสำนวนส่งฟ้องอัยการได้ ยืนยันกับประชาชนกับสังคมโซเชียลว่าเสือดำไม่ตายฟรีอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามในวันที่ 13 มีนาคมจะเดินทางที่ สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เพื่อตรวจสอบสำนวนคดีว่าครบถ้วนหรือไม่ หากครบถ้วนก็จะนำส่งพนักงานอัยการทันที” พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าว

พล.ต.อ.ศรีวราห์ ยังชี้แจงกรณีสังคมโซเชียลเผยแพร่คลิปวิดีโอที่มีการเชิญนิติกรของกรมอุทยานฯออกนอกห้องสอบสวนที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ว่า วันนั้นพนักงานสอบสวนนัดนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตกมาซักถามประเด็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแจ้งข้อหานายเปรมชัย ดังนั้นนิติกรจึงไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องหรือร่วมรับฟังเนื่องจากโดยทั่วไปถ้าจะมีนิติกรร่วมรับฟังก็ต่อเมื่อตำรวจสอบปากคำผู้ต้องหาหรือเด็กเท่านั้น แต่นายวิเชียรไม่ใช่ผู้ต้องหา แต่มาให้ปากคำในฐานะผู้ร้องกล่าวโทษนายเปรมชัยจึงไม่จำเป็นต้องมีนิติกร

สำหรับกรณีที่นายเปรมชัยเดินทางกลับมาถึงประเทศไทย หลังจากมีกำหนดการเดินทางไปต่างประเทศนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า การออกไปแล้วจะเข้ามาหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวกับความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวน เพราะพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสิ้นสุดทุกขั้นของตำรวจแล้วคือฝากขังต่อศาลไปแล้ว อำนาจอยู่ที่ศาล ไม่ได้อยู่ที่พนักงานสอบสวน และในวันที่ 14 มีนาคม พนักงานสอบสวนได้ออกหมายให้มารับทราบข้อกล่าวหาทั้งเรื่องอาวุธปืน ครอบครองงาช้างผิดกฎหมายและพยายามติดสินบนเจ้าพนักงาน โดยการแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมดหลายคดี และเชื่อมั่นว่าพนักงานอัยการจะสั่งฟ้องทุกข้อหาเช่นกัน สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล ส่วนกรณีที่สังคมเกรงว่านายเปรมชัยจะหลบหนีนั้น ตราบใดที่ศาลยังไม่ถึงชั้นฎีกาเชื่อว่าไม่มีความจำเป็นต้องหลบหนี

ขณะที่ พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.พฐก. กล่าวว่า ที่ผ่านมากองพิสูจน์หลักฐานกลางได้ประสานความร่วมมือกับกรมอุทยานฯมาโดยตลอด ส่วนเรื่องการจำลองวิถีกระสุนที่ทางกรมอุทยานฯส่งมาให้นั้น ย้ำว่าไม่สามารถพิสูจน์ได้เนื่องจากไม่เป็นไปตามหลักวิชาการ เพราะการไปกำหนดตำแหน่งของเสือที่ถูกยิงที่ชัดเจนนั้นทำได้ยาก เมื่อเสือถูกยิงแล้วเสือวิ่งไปเสียชีวิตที่ไหนอีกก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ ยืนยันไม่ได้มีความขัดแยังกับกรมอุทยานฯยังทำงานประสานกันอยู่ตลอด

ส่วน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า นายเปรมชัยยังไม่ได้ไปไหน การที่เดินทางออกนอกประเทศก็อยู่ในเงื่อนไขของศาล เพราะศาลไม่ได้ห้าม เป็นอำนาจของศาลไปก้าวล่วงไม่ได้ เรื่องนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์กำกับดูแลอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง ย้ำว่าการทำสำนวนยังไม่พบข้อพิรุธหรือข้อบกพร่อง พล.ต.อ.ศรีวราห์ดำเนินการไปได้เลย เพราะมีความรู้มีประสบการณ์ ถ้ามีประเด็นอะไรใหม่ก็รายงานที่ตนอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่สังคมโซเชียลมีข้อเรียกร้องต่างๆก็เป็นเรื่องดี ช่วยกันตรวจสอบ ช่วยกันดู เหมาะสำหรับประเทศไทย

ไม่อนุญาต”เปรมชัย”เลื่อนพบตร.

เวลา 16.00 น. พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. เปิดเผยหลังการประชุมติดตามคดีนายเปรมชัยพยายามติดสินบนเจ้าพนักงานว่า ขณะนี้ได้ข้อสรุปแล้วว่าจะต้องมีการสอบปากคำนายวิเชียรชิณวงษ์ เพิ่มเติมในประเด็นของการติดสินบนให้มีความชัดเจนว่าสินบนนั้นคืออะไร และต้องสอบพยานอีก 1 ปาก คือบุคคลในที่เกิดเหตุซึ่งอัดคลิปที่มีการพูดคุยกับอีกคนเพื่อหาความเชื่อมโยง และให้ครบองค์ประกอบของกฎหมาย โดยในวันที่ 13 มีนาคม พนักงานสอบสวนจะเดินทางไป จ.กาญจนบุรี เพื่อสอบปากคำให้เสร็จสิ้น ก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหาพยายามติดสินบนเจ้าพนักงาน ในวันที่ 14 มีนาคมแต่ทนายความของนายเปรมชัยได้ขอเลื่อนซึ่งไม่ระบุสาเหตุและยังไม่ระบุวันเวลาที่จะเข้าพบ แต่พนักงานสอบสวนไม่อนุญาตให้เลื่อน ทนายความส่วนตัวของนายเปรมชัยก็ยืนยันจะเข้ามาพบตามกำหนดเดิม เวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.)

“ประเด็นการติดสินบนจะต้องมีความชัดเจนว่าสินบนนั้นเป็นอะไร เช่น เงิน หรือทรัพย์สิน ยืนยันว่าสินบนไม่เกี่ยวข้องกับการรับเงินหรือทรัพย์สินมูลค่าไม่เกิน 3,000 บาท เพราะการให้สินบนแม้มีค่าน้อยก็เป็นการติดสินบนเพื่อแลกกับผลประโยชน์”ผบก.ปปป.กล่าว

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายตระกูล วินิจนัยภาค อดีตอัยการสูงสุด ได้แสดงความกังขาการทำงานของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ในการทำคดีนายเปรมชัย ว่า คนที่พูดเป็นอดีตอัยการสูงสุด ต้องให้คนทำงานปัจจุบันเป็นคนพูดเพราะเขารู้ข้อเท็จจริงเมื่อถามว่า คดีนี้น่าจะแล้วเสร็จได้เมื่อไหร่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ เจ้าหน้าที่ต้องหาพยานหลักฐานให้ชัดเจน ไม่ต้องห่วง ทุกฝ่ายทุกคนตั้งใจทำงานกันอยู่แล้ว และเรื่องนี้อยู่ในกระแส เพราะฉะนั้นไม่มีหรอกในเรื่องความไม่โปร่งใส ตอนนี้ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ทำงานไปก่อน คนนอกจะพูดอะไรก็พูดได้แต่คนที่อยู่เขาทำงานมีพยานหลักฐานต้องให้เขาทำของเขาไป ไม่มีใครไปนอกลู่นอกทางได้

“วิเชียร”ให้การเพิ่มสภ.ทองผาภูมิ

ส่วนที่ สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าหน่วยพญาเสือ นายวิเชียร ชิณวงษ์ นายปิยะพงษ์ สืบเสน ผู้ช่วยหัวหน้าเขตฯ และเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยมหาราช เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.สุมิตร บุญยะนิจ รองสารวัตร(สอบสวน)สภ.ทองผาภูมิ โดยนายชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า มาให้ปากคำเพิ่มเติมในส่วนของการค้นหาหลักฐานและการทำแผนผังจุดเกิดเหตุบริเวณห้วยปะชิ ส่วนคนอื่นๆ ให้ปากคำในประเด็นแตกต่างกัน

มีรายงานข่าวแจ้งว่า การสอบปากคำเจ้าหน้าที่หน่วยมหาราชเน้นว่าเห็นนายเปรมชัยผ่านไปยังหน่วยเซซาโวตามคำให้การผู้ต้องหาหรือไม่ เจ้าหน้าที่หน่วยมหาราช ยืนยันว่าไม่เห็น และถ้ามีใครผ่านไป หรือนายเปรมชัยจะผ่านไป หน่วยเซซาโวต้องมีบันทึกการผ่านทาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันนี้นายวิเชียรต้องเสียเวลาล่าช้าในการเดินทางมาที่ สภ.ทองผาภูมิเพราะต้องหยุดช่วยทำคลอดให้แก่ น.ส.มยุรี รัตนบริสุทธิ์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36/10 หมู่4 ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ ซึ่งเจ็บท้องใกล้คลอดระหว่างไปโรงพยาบาล โดยได้คลอดลูกสาวบนรถคันที่นายปิยะพงษ์ สืบเสน ผู้ช่วยหัวหน้าเขตฯเป็นผู้ขับ โดยนายวิเชียร และนายปิยะพงษ์ ได้ให้เงินรับขวัญเด็กกับแม่ จำนวน 1,500 บาท และเลขทะเบียนกลายเป็นที่ฮือฮาของคอหวย

ทส.ประชุมติดตามคดีเจ้าสัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(12มี.ค.)มีการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามคดีล่าสัตว์ป่าของนายเปรมชัย โดยมีพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เข้าร่วมโดยประเด็นที่คาดว่าจะนำมาพูดคุยครั้งสุดท้ายเป็นเรื่องของพยานทางนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าและการลงพื้นที่ของชุดทำงาน พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี เนื่องจากเป็นช่วงโค้งสุดท้ายก่อนที่ตำรวจจะส่งสำนวนให้อัยการภายในวันที่ 24 มีนาคม

มีรายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ได้เตรียมส่งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าที่ผลตรวจแล้วเสร็จ คือคราบเลือดบนเขียงและมีดอีโต้ที่ยึดได้จากที่แคมป์ยืนยันผลเลือดเป็นดีเอ็นเอของเสือดำหลังจากเคยรายงานผลตรวจชิ้นเนื้อท่อนหางในหม้อซุป ขน คราบเลือดบนมีดเหน็บ 2 เล่มพบว่าเป็นดีเอ็นเอของเสือดำตัวเดียวกันที่ถูกฆ่าตาย นอกจากนี้นางกณิตา อุ่ยถาวร หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าได้รายงานที่ประชุมเรื่องการพาดพิงการทำงานของหน่วยนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่ากับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นางกณิตา ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา ต้องการยืนยันและชี้แจงความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนตามหลักการและข้อเท็จจริง เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงในการรับวัตถุพยานมาตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ ไม่อยากให้สังคมเข้าใจผิดว่าวัตถุพยานที่ส่งมาตรวจสอบในคดีนี้เสียหายจากกระบวนการทำงานของทีม หลังจากมีกระแสข่าวเกิดขึ้น นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯได้สอบถาม และบอกว่าให้ชี้แจงให้สังคมรับทราบข้อเท็จจริงไม่มีการตำหนิแต่อย่างใด

ทั้งนี้ยังได้สรุปผลการตรวจสอบวัตถุพยานเพิ่มเติมอีก 2 รายการที่ตรวจแล้วเสร็จให้ที่ประชุมคณะอนุกรรมการรับทราบ คือ มีดอีโต้และเขียง โดยพบว่ามีดีเอ็นเอเสือดำปะปนอยู่ หลังจากตรวจสอบคราบเลือดจากมีดที่ส่งมาทั้งหมด 6 เล่ม พบมีดีเอ็นเอเสือดำจากมีดเหน็บ 2 เล่ม มีดอีโต้โดยขณะนี้ยังเหลือวัตถุพยานที่ส่งมาตรวจและรอผลอีก 2-3 รายการจากวัตถุพยานจำนวน 40 ชิ้นที่ส่งมาให้ทีมนิติวิทยาศาตร์สัตว์ป่า คือถุงดำ และคราบเลือดบนดิน ที่เป็นรายละเอียดปลีกย่อยที่จะต้องตรวจให้แล้วเสร็จ และเชื่อว่าไม่ยากเกินการทำงานของทีมนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า

สิ้นหวังไหว้ศาลพระพรหมช่วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 08.30 น. ที่หน้าศาลพระพรหม ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประชาชนชาวเชียงใหม่ได้นัดรวมตัวกันผ่านเครือข่ายโซเชียลมีเดียเพื่อออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องความยุติธรรมให้แก่เสือดำ โดยได้นำดอกไม้และธูปเทียนมากราบไหว้ศาลพระพรหมเพื่อส่งสารผ่านไปยังรัฐบาลและคสช. ทั้งนี้ได้ทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ให้ภาคประชาชนฟ้องศาลพระภูมิกรณีการดำเนินคดีกับนายเปรมชัยและพวกที่เข้าไปล่าและยิงเสือดำในป่าทุ่งใหญ่นเรศวร

หลังทำพิธีจุดธูปจำนวน 16 ดอก เพื่อบูชาศาลพระพรหมแล้ว นางนลิน อินทรนันท์ เป็นตัวแทนกล่าวคำไหว้สาศาลพระพรหม ว่า ภาคประชาชนรู้สึกสิ้นหวังที่จะพึ่งพามนุษย์ที่จะให้ความยุติธรรมต่อสังคม อย่างเช่นกรณีของเสือดำในป่าที่ถูกฆ่าตายอย่างทารุณอันเป็นความผิดที่ร้ายแรง แต่ผู้รักษาสันติราษฎร์กลับแสดงท่าทีไม่ให้ความสนใจและปกป้องผู้กระทำผิดจึงขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ปกป้ององค์กรนี้ได้ดลบันดาลให้เกิดความถูกต้องจากนั้นได้ร่วมกันยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อไว้อาลัยให้เสือดำ ก่อนเดินทางไปยังอาคารอำนวยการเพื่อยื่นหนังสือข้อเรียกร้องผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ถึงนายกรัฐมนตรี โดยมี นายบุรินทร์ ใจจะนะ ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดเชียงใหม่ เป็นตัวแทนรับหนังสือจากนายอนุชาติ ธนันชาติ นักวิชาการอิสระและนักอนุรักษ์

ข้อความในหนังสือระบุว่า การดำเนินการต่อผู้กระทำความผิดเป็นไปอย่างล่าช้า ทั้งที่หลักฐานการทำความผิดชัดแจ้ง สะท้อนให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพการชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประชาชนก็เป็นไปอย่างไม่เหมาะสม ทำให้ประชาชนเกิดความสับสนและเคลือบแคลงต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมเสมอภาค และขอสนับสนุนนายกรัฐมนตรีดำเนินการอย่างเฉียบขาดเสมอหน้าไม่เลือกชั้นวรรณะ ซึ่งปัญหานี้เป็นปัญหาที่หมักหมมในสังคมไทยมานานและยังไม่มีทีท่าว่าจะลดน้อยลง

มีรายงานด้วยว่า ในช่วงเย็นวันที่ 17 หรือ 18 มีนาคม กลุ่มของนางแสงเดือน ชัยเลิศ ประธานมูลนิธิรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม จะจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวกรณีเสือดำอีกครั้ง โดยกำหนดจุดที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่

ฟ้องศาลปกครองเอกชนตัดต้นไม้

วันเดียวกัน ที่ศาลปกครอง นายศรีสุววรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน พร้อมเครือข่ายประชาชนรักษ์ต้นไม้ได้ร่วมกันยื่นฟ้องการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นเอกชนผู้รับสัมปทานในการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ใช้อำนาจการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในการตัดต้นไม้ 14 ต้น ริมทางเดินเท้าหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยไม่ได้ขออนุญาตจากกรุงเทพมหานคร(กทม.)จนทำให้เสียทัศนียภาพและอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ที่เดินผ่านไปมาเพราะมีสายไฟฟ้าห้อยอันตรายต่อผู้สัญจรไปมา

ทั้งนี้ขอให้มีคำสั่งให้รฟม. และบริษัทอิตาเลียนไทยฯรวมทั้งบริษัทที่เกี่ยวข้องหยุดการตัด ย้าย หรือการกระทำใดๆต่อต้นไม้ที่อยู่ในแนวการก่อสร้างรถไฟฟ้า 11 สายในกรุงเทพฯจนกว่าจะได้มีการปฏิบัติถูกต้องตามหลักวิชาการและกฎหมายที่ชัดเจนโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมและขอศาลมีคำสั่งให้รฟม.นำต้นไม้ชนิด ประเภท และขนาดเดียวกันกับที่ตัดโค่นกลับคืนมาปลูกในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงกับจุดเดิมและยื่นคำขอกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวจนกว่าคดีจะมีคำพิพากษา

————————————————————

ติดตาม msn ประเทศไทย ได้ที่

♥ Twitter: http://bit.ly/TWMSNTH

♥ Facebook: https://www.facebook.com/msnthailand

ขอขอบคุณภาพประกอบและเนื้อหาจาก : news.msn.com/th-th

Facebook Comments

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*